มนุษย์ 7 อย่าง

เทศนาธรรมตอนหนึ่งของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร กล่าวไว้ว่า เราทั้งหลายมานี่ต้องการความสุขความสบาย  มาวัด  ไม่ใช่ศาลาเป็นวัด....ไม่ใช่กุฏิ....โบสถ์....วิหาร....เป็นวัด....วัดอยู่ที่ดวงใจคน  ศาลาก็คนทำ  โบสถ์ก็คนทำ  คนทำทั้งหมด  เมื่อใจคนดี...สิ่งเหล่านั้นมันก็ดี....เมื่อใจคนไม่ดี...สิ่งเหล่านั้นมันก็ไม่ดี...ใจตกนรก...ก็จิตของคน....ใจสวรรค์....ก็จิตของคน  เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในมนุษย์ทั้งหลายมี 7 จำพวก  มนุษย์มี 7 อย่าง…..

มนุสสติรัจฉาโน

ทำไมจึงว่ามนุสสติรัจฉาโน  ดูสิร่างกายเป็นมนุษย์...หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน คือมันขี้เกียจขี้คร้าน  รับอาหารแล้วก็นอน ไม่รู้จักกราบ  ไม่รู้จักไหว้  ไม่รู้จักการรักษาศีลภาวนา ทำบุญให้ทานอะไร  เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานน่ะ  มนุษย์เช่นนี้แหละ  ตายไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน  ดูเอาสิ พิจารณาเอาสิ ร่างกายเป็นมนุษย์  แต่หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน

มนุสสเปโต

ร่างกายเป็นมนุษย์.....แต่หัวใจเป็นเปรต  มันมีแต่โมโหโทโส  อยากฆ่าอยากฟัน  ความทะเยอทะยานดิ้นรน  มีพยาบาทอาฆาตจองเวร  ดูสิ....ใจมันมีอาฆาต  นี่แหละมนุสสเปโต  ร่างกายเป็นมนุษย์  เมื่อดับขันธ์(ตาย)ไปแล้วก็ไปเป็นเปรต

มนุสสนิรเย

มนุษย์....หัวใจเป็นนรก  หัวใจเป็นนรกคือมันมืด....มันกลุ้มอกกลุ้มใจ....ให้ทุกข์ให้ร้อน  ดูเอาสิ  นั่นแหละนรก  ดับขันธ์ไปแล้วก็ไปนรกสิ  ได้รับความทุกข์ความยาก  ความลำบากรำคาญ  นี่มนุษย์เช่นนี้  ทีนี้ถ้าไม่ไปเป็นอย่างนั้น  มาเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้า  หัวใจต่ำช้า  อย่างอธิบายมาแล้ว  ต่ำช้ายังไงล่ะ  เป็นใบ้  บ้าเสียจริต   หูหนวกตาบอด  ปากกืด  กระจอกงอกง่อย  ขี้ทูดกุฏฐัง  ตกระกำลำบาก  แน่ะ...มนุษย์หัวใจนรกเป็นยังงั้น  ดูสิ  ใจเราทุกคน  ไม่ว่าพระเณร  ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย  เอ้าดู  อธิบายให้ฟัง  ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราไม่ต้องการ  ก็เลิก  ก็ละเสีย  ให้รู้จักดีรู้จักชั่ว  รู้จักถูกรู้จักผิด  รู้จักฟัง  อธิบายให้ฟัง

มนุสสเทโว

ร่างกายเป็นมนุษย์....หัวใจเป็นเทวธิดาเทวบุตร  หัวใจมีทานมีศีล  มีภาวนา  รู้จักเคารพนอบน้อม  รู้จักกราบรู้จักไหว้  ใจมีหิริโอตัปปะ  ละอายบาป  กลัวบาป  ใจเบิกบาน  ใจสว่างไสว  ใจดี  ดับขันธ์ไปก็ไปเป็นเทวบุตรเทวธิดา  เรื่องเป็นอย่างนั้น ดูเอาสิ

มนุสสพรหมา

ท้าวมหาพรหม  นางมหาพรหม  หัวใจเช่นใด....มีพรหมวิหาร  มีพรหมวิหารธรรมเป็นเครื่องอยู่  หัวใจว่างไม่มีอะไรเหมือนอากาศนี่แหละ  ว่างเปล่าหมด  เหลือแต่อรูปจิต  ดับขันธ์ก็ไปเป็นพรหม  ท้าวมหาพรหม  นางมหาพรหม  อยากรู้ก็ดูเอาสิ  ที่อยู่ของเราเป็นอย่างนี้....มนุษย์ทั้งหลาย 

มนุสสอรหัตโต

ร่างกายเป็นมนุษย์....หัวใจเป็นพระอรหันต์  คือละกิเลส  ละตัณหา  กิเลสคือใจเศร้าหมอง  ตัณหาคือ.....ใจทะเยอ ทะยานดิ้นรนกระวนกระวาย  ท่านละกิเลสตัณหา  ราคะ  โลภะ  โทสะ  โมหะ  อวิชชา  ตัณหาอุปาทาน  ภพชาติ  ละเด็ดขาดในสันดาน ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในจิตใจ  เมื่อดับขันธ์ไปก็เข้าสู่นิพพาน  ดับทุกข์ในวัฏสงสาร  ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก  ก็เป็นแต่มนุษย์  ได้แต่มนุษย์สิ 

มนุสสพุทโธ

ร่างกายเป็นมนุษย์...หัวใจเป็นพระพุทธเจ้า  พระพุทธเจ้าก็เป็นเหมือนกับพวกเรานี้....ว่าเรื่องภพเรื่องชาติของท่าน  บิดามารดาของท่านก็มี   บุตรภรรยาท่านก็มี  ท่านเป็นมนุษย์เหมือนเรานี่แหละ  แต่ท่านประพฤติปฏิบัติ  ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง  เป็นสยัมภู  ไม่มีบุคคลผู้ใดหรือใครแนะนำพร่ำสอน  รู้ด้วยตนเองเป็นสยัมภู  รู้แจ้งแทงตลอดหมดซึ่งสารพันเญยธรรมทั้งหลาย  ไม่มีที่ปกปิด  สัตว์ทั้งหลาย  ตนของท่าน  บุพเพนิวาสานุสสติญาณ  ญาณความรู้ความเห็นในบุพชาติเบื้องหลัง  เป็นอะไรๆ มาท่านรู้หมด  เรื่องมันเป็นอย่างนั้น  จุตูปปาตญาณ  จุติจากนี้ไปอยู่ในภพชาติใด  ภพน้อยภพใหญ่  ท่านรู้หมด  คือเหมือนอธิบายให้ฟังนี้  อาสวักขยญาณ  สิ้นจากภพจากชาติท่านก็รู้หมด

ท่านจึงได้วางศาสนาไว้ให้แก่พวกเราพุทธบริษัททั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตที่เกิดสุดท้ายภายหลังนี้  ไม่ได้เห็นองค์พระพุทธเจ้า มาพบปะแต่ธรรมะคำสั่งสอนดังที่ชี้แจงแสดงแล้วนี้  ได้ยินได้ฟัง....เอหิปัสสิโก  จงร้องรียกสัตว์ทั้งหลายมาดูธรรม  ธรรมอะไรล่ะ?....รูปธรรมนามธรรมนี้หละ  คือมาดูอัตภาพร่างกายของเรามันมีอะไรบ้าง.....ตัวของเราว่าเป็นคน....คนอยู่ที่ไหน....ค้นดูสิ....มาพิจารณาดูสิ  เราถือว่าเป็นคน  เป็นตรงไหนเล่า  นั่นก็เป็นผม  เป็นขน  เป็นเล็บเป็นฟัน  เป็นหนัง เป็นเนื้อ  เป็นตับไต  ไส้น้อยไส้ใหญ่  อาหารเก่า  อาหารใหม่....ใช่ไหมเล่า?  คนอยู่ที่ไหนอันนั้นก็เป็นน้ำดี  น้ำเสลดน้ำเหงื่อน้ำไคล  น้ำมูกน้ำลายไปเสียแล้ว  เป็นเลือดไปเสียแล้ว  เป็นน้ำมูตรไปเสียแล้ว  ที่ไหนละคน?

          นี่แหละ....ให้น้อมเข้ามาเล็งดู....มาดูธรรมนี้ให้รู้จักไว้  อันนี้เมื่อธรรมเป็นโอปนยิโก....น้อมเข้ามา  ปัจจัตตัง....รู้จำเพาะตน  ใครเป็นผู้ว่าน้ำมูก  น้ำลาย  น้ำเหงื่อน้ำไคล  ใครเป็นผู้รู้  โอปนยิโก....น้อมเข้าผู้รู้สิ  ใครเป็นผู้ว่าสุข....ว่าทุกข์....ว่าดี....ว่าชั่ว....อะไรสุข....อะไรทุกข์....ทุกข์เพราะเหตุใด....ทุกข์เพราะจิตเราไม่สงบ....ทุกข์เพราะจิตเราหลง....สุขเพราะเหตุใด....สุขเพราะจิตเราสงบ....จิตเราไม่หลง....จิตสงบนิ่ง....มันว่างไปหมด........  จิตไม่ได้ไปยึดอันโน้นอันนี้  จิตไม่ส่งข้างหน้าข้างหลัง  ตั้งไว้จำเพาะท่ามกลางผู้รู้....พุทโธอยู่นั่น  เบิกบานสว่างไสว  ความสุขมันอยู่ตรงนี้  

 
 

 

หน้าหลัก | ดูดวงฟรี | กระดานฝากดวง | ติดต่อเรา                                                                     Link | watpa.com | luangta.com
Copyright © 2012 PotalaCard, All rights reserved. Designed By Friendly6Design